กันยาอาทิส
วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
"สบู่คาร์บอน" คืออะไรคะ?
"สบู่คาร์บอน" คือสบู่ที่ทำมาจากผงถ่านที่ผ่านกรรมวิธีผลิตมาอย่างดี และอาจใส่สารอื่นๆเพิ่มเติมให้คุณภาพดีขึ้น เช่น น้ำผึ้ง AHA วิตามิน C วิตามิน A สรรพคุณของสบู่ถ่านไม้ดูดสารพิษ มีคาร์บอนบริสุทธิ์สูง และมีแร่ธาตุที่สำคัญเป็นจำนวนมาก ให้ประจุลบ ช่วยป้องกันและกำจัดแบคทีเรีย มีรูพรุนสูงช่วยดูดซับสารพิษ สารเคมีที่เป็นอันตราย ดูดซับไขมันส่วนเกินบนผิวหนังและรูขุมขน ขจัดเซลล์ตาย ปรับสภาพผิว บำรุงผิวให้สดใส เนียนนุ่ม ทำให้ผิวสะอาด มีสุขภาพผิวที่ดี -
ส่วนประกอบสำคัญ : ผงถ่านไม้ไผ่เผาที่ 1,000 องศาเซลเซียส น้ำผึ้ง น้ำสมุนไพรธรรมชาติที่มีกรดผลไม้ AHA ใช้เป็นสบู่ยาหรือสบู่ทั่วไปฏ็ได้ค่ะแต่ราคาค่อนข้างสูง
ข้อมูลทั่วไป 'ของสบู่ถ่านหรือสบู่คาร์บอน ถ่านไม่ได้ใช้พียงแค่เป็นเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้มอาหารในครัวเรือนเท่านั้น ในทางการแพทย์ใช้ถ่านที่ ผ่านขบวนการเผาที่อณหภูมิสูง มาใช้ล้างท้อง ในกลุ่มคนที่รับสารพิษเข้าร่างกายในจำนวนมาก และปัจจุบันถ่านยังสามารถนำมาแปรรูปทำ "สบู่" '
ถ่านแยกเป็น 2 ประเภท คือ นำไฟฟ้าและไม่นำไฟฟ้า ซึ่งถ่านที่มีคุณภาพดีจะต้องมีคาร์บอนสูงถึง 80% สามารถนำไฟฟ้าได้โดยส่วนใหญ่จะเป็นถ่านไม้ไผ่ เพราะเซลล์ 1 กรัม มีพื้นที่รูพรุนในการดูดของเสีย 400 ตารางเมตร พื้นที่รูพรุนนี้เองที่เป็นกำลังดูดสารพิษได้มหาศาล ประโยชน์ของผงเล็ก ๆ นี้ หากนำไปทาถูกับผิวหนัง จะช่วยปรับอนุมูลอิสระในร่างกาย ดูดของเสีย สารพิษในรูขุมขน และยังมีประสิทธิภาพในการดูดเซลล์ที่ตายออก เพื่อให้ผลิตเซลล์ใหม่ ลดการอักเสบของผิวได้เป็นอย่างดี ทำให้ผิวเต่งตึง สดใส และหากทาผิวทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผงถ่านที่ไหลไปตามน้ำยังทำงานตลอดเวลา ไม่มีการสลายตัว ซึ่งน้ำผงถ่านที่ไหลไปตามคูคลอง จะไปช่วยให้เกิดการตกตะกอน ส่งผลน้ำเน่าเสียน้อยลงได้อีกทางหนึ่งด้วย สบู่ถ่านคุณภาพสูงต้องทำมาจากไม้ นำไปเผาที่อุณภูมิสูงถึง1000องศา เซลเซียส ซึ่งเป็นถ่านตัวเดียวกับ ULTRA CARBON ที่เรารับประทานแก้ปวดท้องท้องอืดท้องเสีย เป็นตัวดูดซับสารพิษ คุณสมบัติพิเศษของถ่านULTRA CARBONจะมีประจุลบช่วยดูดซับสิ่งตกค้างในผิวหนัง แล้วนำพาออกซิเจนเข้าสู่ผิวมากกว่าสบู่ทั่วๆไปทั้งยังช่วยลดอาการแพ้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผิวแพ้ง่าย และลดการอักเสบของสิว ในวัยรุ่น เช่นสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวช้าง ทำให้ ยุบตัวเร็ว สบู่ถ่านไม้ไผ่ ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรก ดูดสารพิษ สารเคมีในรูขุมขน ขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว ลดความมัน,เชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิว บำรุงผิวให้สดใสนุ่มเนียน จีน และ ญี่ปุ่น ได้ทำการวิจัยถ่านไม ที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตด้วยอุณหภูมิภายในเตามากกว่า 1,000 ºC พบว่ามีคุณสมบัติพิเศษ สามารถให้กำเนิดและปลดปล่อยประจุลบ ( Negative Ions ) และ อินฟาเรดยาว ( Far infrared ray )ถ่านไม้ไตามมาตรฐานของญี่ปุ่นและจีนแบ่งไว้เป็น 2 เกรด คือ : - 1. เกรด 1 ( White Charcoal หรือ 1st grade ) เป็นถ่านไม้คุณภาพสูงใช้กรรมวิธีการผลิตและอุณหภูมิภายในเตามากกว่า 1,000 ºC เหมาะสำหรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มีคุณสมบัติที่ดีต่อมนุษย์ สัตว์ สิ่งแวดล้อม ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม 2. เกรด ปกติทั่วไป ( Black Charcoal หรือ Regulation grade ) เป็นถ่านที่ใช้กรรมวิธีการผลิตและอุณหภูมิภายในเตาต่ำกว่า 1,000 ºC เหมาะสำหรับใช้เป็นถ่านเชื้อเพลิง หุงต้มอาหารและถ่านเพื่อให้พลังงานความร้อนอื่น ๆ แต่ไม่ควรนำไปประกอบอาหารประเภท ปิ้ง ย่าง บาร์บีคิว ยากิโตริ ( ไก่เสียบไม้ย่าง ) เพราะค่าของถ่านคงที่ ( Fixed Carbon ) ไม่ถึงหรือน้อยกว่า 85 %
รวมเพลงสากลฟังสบายเพราะๆ [HD]
http://www.youtube.com/v/JRaw_dvrsEo?version=3&autohide=1&showinfo=1&attribution_tag=h9Yukz0j2HaaleiTchz3ew&autoplay=1&autohide=1&feature=share
วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554
กฎหมาย
. เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 นายแดงได้เสนอขายบ้านของตนให้แก่นายดำหนึ่งหลังในราคา 2 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขบังคับก่อนว่า ถ้าตนถูกย้ายไปรับราชการที่ต่างจังหวัดภายในเดือนกันยายน 2552 สัญญาซื้อขายบ้านจึงเกิดขึ้น และจะโอนบ้านให้แก่นายดำตามที่เสนอขายไว้ แต่ถ้าภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวตนไม่ถูกย้ายให้สัญญาซื้อขายบ้านเป็นอัน เลิกแล้วต่อกัน
ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ได้เกิดเพลิงไหม้บ้านข้างเคียงและลุกลามมาไหม้บ้านนายแดงเสียหายหมดทั้งหลัง หลังจากเพลิงสงบแล้วในวันที่ 15 สิงหาคม 2552 นายแดงได้ขอรับเงินค่าซื้อบ้านจำนวน 2 ล้านบาทจากนายดำโดยอ้างว่าการซื้อบ้านเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง เมื่อเกิดความเสียหายหรือสูญหายโดยมิใช่ความผิดของลูกหนี้ การสูญหรือเสียหายนั้นย่อมตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้คือนายดำ นายดำจึงต้องชำระดังกล่าวให้แก่ตน ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า ข้ออ้างของนายแดงฟังขึ้นหรือไม่ และนายดำจะต้องชำระเงินค่าซื้อบ้านจำนวน 2 ล้านบาท ให้แก่นายแดงหรือไม่ เพราะเหตุใด
แนวคำตอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 370 , 371
กรณี ตามปัญหา ในสัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์ในการก่อให้เกิดการโอนทรัพย์เฉพาะสิ่ง นั้น ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ทรัพย์นั้น โดยที่จะโทษลูกหนี้มิได้ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป กล่าวคือ เจ้าหนี้ต้องรับบาปเคราะห์แห่งความเสียหายนั้น ตามมาตรา 370
แต่ ถ้าเป็นกรณีของสัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์ในการโอนทรัพย์เฉพาะสิ่งโดย มีเงื่อนไขบังคับก่อน ถ้าเงื่อนไขยังไม่สำเร็จกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นก็ยังไม่โอนไปจน กว่าเงื่อนไขจะสำเร็จ ดังนั้นถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นโดยที่จะโทษลูกหนี้ ไม่ได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะตกเป็นพับแก่ลูกหนี้ ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นไปตามมาตรา 371 วรรคหนึ่ง
ดัง นั้นในกรณีนี้ สัญญาซื้อขายบ้านระหว่างนายแดงกับนายดำ เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์ในการโอนทรัพย์เฉพาะสิ่งโดยมีเงื่อนไข บังคับก่อน แต่เงื่อนไขยังไม่สำเร็จ กล่าวคือ นายแดงยังมิได้ถูกย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัด เมื่อเกิดไฟไหม้บ้านที่เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง ที่เกิดขึ้นโดยที่จะโทษนายแดงลูกหนี้มิได้ ดังนั้น ผู้ที่ต้องรับภัยพิบัติจากการที่ทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นสูญหายหรือเสียหายไปใน ครั้งนี้คือนายแดงผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านดังกล่าว ข้ออ้างของนายแดงจึงฟังไม่ขึ้น
สรุป ข้ออ้างของนายแดงฟังไม่ขึ้น เพราะเป็นกรณีตามมาตรา 371 นายดำจึงไม่ต้องชำระเงินค่าซื้อบ้านจำนวน 2 ล้านบาท ให้แก่นายแดง
ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 ได้เกิดเพลิงไหม้บ้านข้างเคียงและลุกลามมาไหม้บ้านนายแดงเสียหายหมดทั้งหลัง หลังจากเพลิงสงบแล้วในวันที่ 15 สิงหาคม 2552 นายแดงได้ขอรับเงินค่าซื้อบ้านจำนวน 2 ล้านบาทจากนายดำโดยอ้างว่าการซื้อบ้านเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง เมื่อเกิดความเสียหายหรือสูญหายโดยมิใช่ความผิดของลูกหนี้ การสูญหรือเสียหายนั้นย่อมตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้คือนายดำ นายดำจึงต้องชำระดังกล่าวให้แก่ตน ดังนี้ให้ท่านวินิจฉัยว่า ข้ออ้างของนายแดงฟังขึ้นหรือไม่ และนายดำจะต้องชำระเงินค่าซื้อบ้านจำนวน 2 ล้านบาท ให้แก่นายแดงหรือไม่ เพราะเหตุใด
แนวคำตอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 370 , 371
กรณี ตามปัญหา ในสัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์ในการก่อให้เกิดการโอนทรัพย์เฉพาะสิ่ง นั้น ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ทรัพย์นั้น โดยที่จะโทษลูกหนี้มิได้ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป กล่าวคือ เจ้าหนี้ต้องรับบาปเคราะห์แห่งความเสียหายนั้น ตามมาตรา 370
แต่ ถ้าเป็นกรณีของสัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์ในการโอนทรัพย์เฉพาะสิ่งโดย มีเงื่อนไขบังคับก่อน ถ้าเงื่อนไขยังไม่สำเร็จกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นก็ยังไม่โอนไปจน กว่าเงื่อนไขจะสำเร็จ ดังนั้นถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นโดยที่จะโทษลูกหนี้ ไม่ได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะตกเป็นพับแก่ลูกหนี้ ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นไปตามมาตรา 371 วรรคหนึ่ง
ดัง นั้นในกรณีนี้ สัญญาซื้อขายบ้านระหว่างนายแดงกับนายดำ เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่มีวัตถุประสงค์ในการโอนทรัพย์เฉพาะสิ่งโดยมีเงื่อนไข บังคับก่อน แต่เงื่อนไขยังไม่สำเร็จ กล่าวคือ นายแดงยังมิได้ถูกย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัด เมื่อเกิดไฟไหม้บ้านที่เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง ที่เกิดขึ้นโดยที่จะโทษนายแดงลูกหนี้มิได้ ดังนั้น ผู้ที่ต้องรับภัยพิบัติจากการที่ทรัพย์เฉพาะสิ่งนั้นสูญหายหรือเสียหายไปใน ครั้งนี้คือนายแดงผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านดังกล่าว ข้ออ้างของนายแดงจึงฟังไม่ขึ้น
สรุป ข้ออ้างของนายแดงฟังไม่ขึ้น เพราะเป็นกรณีตามมาตรา 371 นายดำจึงไม่ต้องชำระเงินค่าซื้อบ้านจำนวน 2 ล้านบาท ให้แก่นายแดง
นายชัยยศได้ไปสมัครทำงานเป็นยามที่บริษัทยานยนต์ไทย จำกัด เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 เวลา 14.00 น. นายประชุมผู้จัดการฝ่ายขายได้สัมภาษณ์นายชัยยศจนเป็นที่พอใจ จึงได้รับให้นายชัยยศทำงานเป็นยามของบริษัท แต่เนื่องจากยามคนเก่าได้ลาออกและไม่มีผู้ทำหน้าที่แทน นายประชุมจึงให้ นายชัยยศ เริ่มทำงานในวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป จนกระทั่งงานเลิกในเวลา 18.00 น. นายประชุมผู้จัดการฝ่ายขายได้ทำสัญญาจ้างนายชัยยศมีกำหนดระยะเวลาทดลองงานเป็นเวลา 6 เดือน แต่เนื่องจากนายชัยยศมาสมัครงานหลังจากที่เจ้าหน้าที่การเงินได้ทำบัญชีเงิน เดือนของพนักงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงไม่สามารถจ่ายเงินเดือนให้แก่นายชัยยศในเดือนกรกฎาคม 2552 ได้ นายประชุมจึงได้ขอขยายวันจ่ายเงินเดือนของนายชัยยศออกไปอีก 7 วัน โดยมิได้มีการกำหนดวันเริ่มต้นแห่งระยะเวลาที่ขยายออกไป ดังนี้อยากทราบว่า (ก) ระยะเวลาทดลองงาน 6 เดือน ของสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงเมื่อใด (ข) นายชัยยศจะได้รับเงินเดือนในวันที่เท่าใด แนวคำตอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/1 ,193/3 ,193/5,193/7 (ก) การที่นายประชุม ให้นายชัยยศ เริ่มต้นทำงานในวันที่ 14 กรกฎาคม 2552 เวลา 14.30 น. กรณีนี้มิใช่เป็นเวลาที่ถือได้ว่าเป็นเวลาเริ่มต้นทำงานกันตามประเพณีจึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้น ตามมาตรา 193/3 วรรค 2 ตอนท้าย แต่เป็นกรณีที่คู่สัญญาตกลงกันยกเว้นการนับระยะเวลาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยทำนิติกรรมกำหนดเป็นอย่างอื่นตามมาตรา มาตรา 193/1 ดังนั้น การนับระยะเวลาในกรณีนี้จึงเริ่มนับหนึ่งในวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 การที่นายประชุมทำสัญญาจ้างนายชัยยศมีกำหนดระยะเวลาทดลองงานเป็นเวลา 6 เดือน ระยะเวลาทดลองงานของนายชัยยศ เริ่มต้นนับหนึ่งในวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 ดังนั้นระยะเวลา 6 เดือน ย่อมสิ้นสุดลงในวันที่ 23 มกราคม 2552 ตามมาตรา 193/5 (ข) การที่นายประชุมขอขยายวันจ่ายเงินเดือน ของนายชัยยศออกไปอีก 7 วัน โดยมิได้มีการกำหนดวันเริ่มต้นแห่งระยะเวลาที่ขยายออกไป ในกรณีนี้จึงให้นับต่อจากวันสุดท้ายของระยะเวลาเดิมเป็นวันเริ่มต้น ตามมาตรา 193/7 ซึ่งวันสุดท้ายของระยะเวลาเดิมคือวันที่ 23 มกราคม 2552 เป็นวันเริ่มต้น กรณีนี้จึงเริ่มนับหนึ่งในวันที่ 24 มกราคม 2552 โดยระยะเวลาที่ขยายออกไปอีก 7 วัน จะครบกำหนดในวันที่ 30 มกราคม 2552 ตามมาตรา 193/5 ดังนั้นนายชัยยศจะได้รับเงินเดือนในวันที่ 30 มกราคม 2552 สรุป (ก) ระยะเวลาทดลองงาน 6 เดือน ของนายชัยยศจะสิ้นสุดลงในวันที่ 23 มกราคม 2552 (ข) นายชัยยศจะได้รับเงินเดือนในวันที่ 30 มกราคม 252 |
กฎหมาย
. นายดำอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ขายแหวนเพชรวงหนึ่งให้นายแดงราคา 100,000 บาท โดยไม่ได้รับความยินยอมจากนายขาวบิดาแต่อย่างใด สัญญาซื้อขายแหวนเพชรจึงมีผลเป็นโมฆียะ หลังจากนั้นอีก 1 ปี นายขาวรู้เรื่องโมฆียกรรมนั้น นายขาวจึงใช้สิทธิบอกล้างโมฆียกรรมกับนายแดง นายแดงอ้างว่า นายขาวไม่มีสิทธิบอกล้างเพราะนายดำอายุ 19 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะมูลเหตุให้เป็นโมฆียกรรมนั้นยังไม่หมดสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 179 ดังนี้ ข้ออ้างของนายแดงชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด แนวคำตอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 179 , 181 กรณีตามปัญหา กำหนดการบอกล้างโมฆียกรรมตามมาตรา 181 นั้น จะบอกล้างมิได้เป็นพ้นเวลา 1 ปี นับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ ซึ่งในกรณีนี้ นายขาวผู้แทนโดยชอบธรรม สามารถให้สัตยาบันแก่โมฆียกรรมได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มูลเหตุแห่งโมฆียกรรมหมดสิ้นไป เพราะต้องด้วยข้อยกเว้นตามมาตรา 179 วรรคท้าย ดังนั้น เมื่อนายขาวสามารถให้สัตยาบันได้ทันทีที่ทราบถึงนิติกรรมที่เป็นโมฆียะ นายขาวก็สามารถบอกล้างนิติกรรมนั้นได้ โดยสามารถเริ่มบอกล้างได้ตั้งแต่วันที่ทราบถึงนิติกรรมที่เป็นโมฆียะ แต่ต้องไม่เกิน 1 ปี นับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้นั้นก็คือ ไม่เกิน 1 นับตั้งแต่วันที่นายขาวได้ทราบถึงนิติกรรมที่เป็นโมฆียะ ดัง นั้นเมื่อนายขาวรู้เรื่องนิติกรรมนั้น นายขาวได้ใช้สิทธิ บอกล้างโมฆียกรรมกับนายแดงได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้นายดำบรรลุนิติภาวะ ตามข้ออ้างของนายแดง ดังนั้นข้ออ้างของนายแดงจึงฟังไม่ขึ้น สรุป ข้ออ้างของนายแดงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะนายขาวมีสิทธิบอกล้างโมฆียกรรมได้ทันที |
กฎหมาย
ข้อ 1. นายโลภเป็นชายหนุ่มได้อยู่กินกับนางโทสะ ซึ่งเป็นหญิงหม้ายอายุแก่กว่าประมาณ 20 กว่าปี ต่อมานายโลภแนะนำนางโทสะให้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงหนึ่งของตนให้แก่นายโลภ หลอก ๆ เพื่อป้องกันมิให้บุตรของนางโทสะที่เกิดจากสามีเดินมาเอาที่ดินนั้นไป เมื่อทั้งสองปรึกษาหารือกันแล้ว นางโทสะจึงขายที่ดินแปลงนั้นให้แก่นายโลภในราคา 3 ล้านบาท โดยในสัญญาระบุว่านายโลภได้รับเงินครบถ้วนแล้ว ทั้งที่ความจริงนายโลภไม่ได้จ่ายเงินค่าที่ดินแปลงนั้นให้แก่นางโทสะเลย ต่อมานายโลภได้เล่าความจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้นายโมหะน้องชายของตนฟัง ทำให้นายโมหะอยากได้ที่ดินแปลงนั้นมาก นายโมหะก็เลยอ้อนวอนขอที่ดินแปลงนั้นจากนายโลภ นายโลภจึงจำใจยกที่ดินแปลงนั้นให้แก่นายโมหะ ต่อมานายโลภรู้สึกเสียดายที่ดินแปลงนั้นนายโลภจึงไปทวงที่ดินแปลงนั้นคืนจาก นายโมหะ โดยอ้างว่าตนมิได้มีเจตนาจะให้ที่ดินแปลงนั้นแก่นายโมหะจริง ๆ นายโมหะไม่ยอมคืน ดังนี้ นายโลภหรือนางโทสะจะสามารถฟ้องคดีเรียกที่ดินแปลงนั้นคืนจากนายโมหะได้ เพราะเหตุใด
แนวคำตอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 วรรคหนึ่ง , มาตรา 154
กรณี ตามปัญหา การที่นายโลภแนะนำนางโทสะให้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินของนางโทสะให้แก่นายโลภ หลอก ๆ นั้น ในการที่นายโลภกับนางโทสะได้สมรู้กันแสดงเจตนาลวง การแสดงเจตนาดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ตามมาตรา 155 วรรค 1 ที่ดินแปลงนี้จึงยังเป็นของนางโทสะอยู่
นายโมหะ เป็นบุคคลภายนอก แต่ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม มาตรา 155 วรรค 1 ตอน ท้าย เพราะการที่นายโมหะได้ล่วงรู้ถึงการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันระหว่างนายโลภ กับนางโทสะ จึงเป็นกรณีที่นายโมหะมิได้กระทำการโดยสุจริต อีกทั้งนายโมหะได้ที่ดินมาจากการให้โดยนายโลภ นายโมหะจึงไม่เสียหายจากการแสดงเจตนาลวง ดังนั้น นายโมหะจึงไม่รับความคุ้มครอง นางโทสะสามารถฟ้องเรียกที่ดินคืนจากนายโมหะได้
ใน กรณีของนายโลภ ที่ได้ยกที่ดินให้แก่นายโมหะไปโดยที่ในใจจริงของนายโชคมิได้ต้องการให้ก็ตาม ก็หาทำให้การแสดงเจตนาของนายโลภตกเป็นโมฆะไม่ เพราะขณะที่นายโลภยกที่ดินให้นายโมหะ นายโมหะมิได้รู้ถึงเจตนาแท้จริงที่ซ่อนอยู่ในใจของนายโลภ ตามมาตรา 154 ดังนั้น การแสดงเจตนาของนายโลภจึงไม่ตกเป็นโมฆะ นายโลภจึงไม่สามารถฟ้องคดีเรียกที่ดินแปลงนั้นคืนจากนายโมหะได้
สรุป นายโทสะสามารถฟ้องเรียกคืนที่ดินจากนายโมหะได้
แต่นายโลภไม่สามารถฟ้องเรียกคืนที่ดินจากนายโมหะได้
แนวคำตอบ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 วรรคหนึ่ง , มาตรา 154
กรณี ตามปัญหา การที่นายโลภแนะนำนางโทสะให้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินของนางโทสะให้แก่นายโลภ หลอก ๆ นั้น ในการที่นายโลภกับนางโทสะได้สมรู้กันแสดงเจตนาลวง การแสดงเจตนาดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ตามมาตรา 155 วรรค 1 ที่ดินแปลงนี้จึงยังเป็นของนางโทสะอยู่
นายโมหะ เป็นบุคคลภายนอก แต่ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม มาตรา 155 วรรค 1 ตอน ท้าย เพราะการที่นายโมหะได้ล่วงรู้ถึงการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันระหว่างนายโลภ กับนางโทสะ จึงเป็นกรณีที่นายโมหะมิได้กระทำการโดยสุจริต อีกทั้งนายโมหะได้ที่ดินมาจากการให้โดยนายโลภ นายโมหะจึงไม่เสียหายจากการแสดงเจตนาลวง ดังนั้น นายโมหะจึงไม่รับความคุ้มครอง นางโทสะสามารถฟ้องเรียกที่ดินคืนจากนายโมหะได้
ใน กรณีของนายโลภ ที่ได้ยกที่ดินให้แก่นายโมหะไปโดยที่ในใจจริงของนายโชคมิได้ต้องการให้ก็ตาม ก็หาทำให้การแสดงเจตนาของนายโลภตกเป็นโมฆะไม่ เพราะขณะที่นายโลภยกที่ดินให้นายโมหะ นายโมหะมิได้รู้ถึงเจตนาแท้จริงที่ซ่อนอยู่ในใจของนายโลภ ตามมาตรา 154 ดังนั้น การแสดงเจตนาของนายโลภจึงไม่ตกเป็นโมฆะ นายโลภจึงไม่สามารถฟ้องคดีเรียกที่ดินแปลงนั้นคืนจากนายโมหะได้
สรุป นายโทสะสามารถฟ้องเรียกคืนที่ดินจากนายโมหะได้
แต่นายโลภไม่สามารถฟ้องเรียกคืนที่ดินจากนายโมหะได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)